Get Adobe Flash player

ดาวน์โหลดแบบฟอร์ม

เข้าสู่ระบบ



เว็บไซต์โรงเรียนในสังกัด

ปฏิทิน

คำขวัญ... วิชาการเด่น เน้นคุณธรรม นำคุณภาพ   วิสัยทัศน์ ภายในปี ๒๕๖๒ โรงเรียนอนุบาลพังงา เป็นเลิศวิชาการ สื่อสารสองภาษา ก้าวหน้าสู่สากล เป็นพลโลก ยั่งยืนบนพื้นฐานเศรษฐกิจพอเพียง

การเป็นประธานอาเซียนของไทย

การดำรงตำแหน่งประธานอาเซียนของไทย

๑. การเป็นประธานอาเซียนของไทย (กรกฎาคม ๒๕๕๑ - ธันวาคม ๒๕๕๒)

  • ไทยเข้ารับตำแหน่งประธานอาเซียนต่อจากสิงคโปร์เมื่อวันที่ ๒๔ ก.ค. ๒๕๕๑ โดยการดำรงตำแหน่งของไทยอยู่ในช่วงที่คนไทย คือ ดร. สุรินทร์ พิศสุวรรณ ดำรงตำแหน่งเลขาธิการอาเซียน และกฎบัตรอาเซียนซึ่งเปรียบเสมือนธรรมนูญที่จะวางกฎกติกาที่เป็นรากฐานสำหรับการรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียนในปี ๒๕๕๘ มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ ๑๕ ธ.ค. ๒๕๕๒

  • ไทยได้กำหนดเป้าหมายหลักในวาระการดำรงตำแหน่งประธานอาเซียนของไทยไว้ ๓ ประการ (๓ ‘R’s) คือ
  • (๑) การปฏิบัติให้เป็นไปตามข้อกำหนดของกฎบัตรอาเซียน (Realising Commitments under ASEAN Charter) คือ การจัดตั้งกลไกต่าง ๆ ที่ระบุไว้ในกฎบัตร โดยเฉพาะการจัดตั้งกลไกสิทธิมนุษยชน การจัดตั้งคณะกรรมการผู้แทนถาวรประจำอาเซียนที่กรุงจาการ์ตา
    (๒) การฟื้นฟูอาเซียนให้เป็นประชาคมที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง (Revitalising People-centred ASEAN Community) โดยส่งเสริมการตระหนักรู้และการมีส่วนร่วมของประชาชนในการสร้างประชาคมอาเซียน
    (๓) การเสริมสร้างการพัฒนาและความมั่นคงของมนุษย์สำหรับประชาชนทุกคนในภูมิภาค (Reinforcing Human Development and Security for all) เพื่อให้ความร่วมมือของอาเซียนช่วยแก้ไขปัญหาของประชาชนและยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน

  • ไทยได้กำหนดหัวข้อหลักสำหรับการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ ๑๔ เมื่อวันที่ ๒๗ ก.พ. – ๑ มี.ค. ๒๕๕๒ ที่ อ.ชะอำ ว่า “กฎบัตรอาเซียนเพื่อประชาชนอาเซียน” (ASEAN Charter for ASEAN Peoples) เพื่อย้ำเจตนารมณ์ของไทยที่จะเสริมสร้างการดำเนินงานของอาเซียนภายหลังการมีผลบังคับใช้ของกฎบัตรให้ตอบสนองต่อผลประโยชน์ของประชาชนอย่างแท้จริง

  • ที่ประชุมได้รับรองปฏิญญาชะอำว่าด้วยแผนงานสำหรับประชาคมอาเซียน ซึ่งจะผนวกแผนงานสำหรับการจัดตั้งประชาคมการเมือง-ความมั่นคง ประชาคมเศรษฐกิจ และประชาคมสังคม-วัฒนธรรมอาเซียนเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียนภายในปี ๒๕๕๘

  • ไทยได้ริเริ่มให้มีการพบปะอย่างไม่เป็นทางการระหว่างผู้นำอาเซียนกับผู้แทนสมัชชารัฐสภาอาเซียน เยาวชนอาเซียน และภาคประชาสังคมอาเซียน ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญในการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการสร้างประชาคมอาเซียน

  • ในช่วงการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนครั้งที่ ๔๒ ระหว่างวันที่ ๑๗ - ๒๓ ก.ค. ๕๒ ที่ประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนได้ (๑) รับรองกรอบขอบเขตอกนาจหน้าที่ (TOR) ของคณะกรรมาธิการระหว่างรัฐบาลอาเซียน ว่าด้วยสิทธิมนุษยชนอาเซียน (ASEAN Intergovernmental Commission on Human Rights - AICHR) ซึ่งจะปูทางไปสู่การประกาศจัดตั้งองค์กรดังกล่าวระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ ๑๕ ในเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้ (๒) รับรองร่างความตกลงว่าด้วยเอกสิทธิและความคุ้มกันอาเซียน (Draft Agreement on Privileges and Immunity of ASEAN) ซึ่งจะให้สถานะนิติบุคคลกับอาเซียนเพื่อให้มีการลงนามโดยรัฐมนตรีต่างประเทศระหว่างการประชุม สุดยอดฯ ครั้งที่ ๑๕

  • ระหว่างการประชุมฯ สหรัฐอเมริกาได้ภาคยานุวัติสนธิสัญญาว่าไมตรีและความร่วมมือในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า อาเซียนยังมีความสำคัญในสายตาของนานาประเทศ โดยเฉพาะประเทศซึ่งเป็นมหาอำนาจ ซึ่งต้องการให้อาเซียนมีบทบาทสนับสนุนการเสริมสร้างเสถียรภาพและสันติภาพ

  • นอกจากนี้ ไทยยังผลักดันความร่วมมือของอาเซียนเพื่อให้ตอบสนองต่อปัญหาที่มีผลกระทบต่อประชาชนได้อย่างทันท่วงที โดยเฉพาะการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมรัฐมนตรีสาธารณสุขอาเซียน+๓ เพื่อประสานแนวทางในการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ (H๑N๑) เมื่อวันที่ ๘ พฤษภาคม ๒๕๕๒

๒. การจัดการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ ๑๕ และการประชุมสุดยอดที่เกี่ยวข้อง

  • ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ ๑๕ และการประชุมสุดยอดที่เกี่ยวข้องที่ อ.ชะอำ อ.หัวหิน ระหว่างวันที่ ๒๓ - ๒๕ ตุลาคม ๒๕๕๒

  • หัวข้อหลักของการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ ๑๕ คือ การกำหนดวิสัยทัศน์สำหรับประชาคมอาเซียนในปี ๒๕๕๗ ตามที่นายกรัฐมนตรีได้เคยให้แนวทางในระหว่างการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนว่า อาเซียนควรมุ่งเน้นการสร้างประชาคมใน ๓ ลักษณะ คือ

    (๑) ประชาคมที่เน้นการปฏิบัติ กล่าวคือ การดำเนินการให้เป็นไปตามข้อตกลงต่าง ๆ รวมทั้งเสริมสร้างความร่วมมือเพื่อให้สามารถรับมือกับสถานการณ์และความท้าทายต่าง ๆ ทั้งภายในและภายนอกอาเซียนได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันท่วงที
    (๒) ประชาคมที่เน้นความเชื่อมโยงระหว่างกัน ทั้งในด้านโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพและความเชื่อมโยงในด้านจิตใจ โดยการพัฒนาเส้นทางคมนาคมติดต่อระหว่างกันและเครือข่ายโทรคมนาคม เพื่ออำนวยความสะดวกแก่การเคลื่อนย้ายสินค้า บริการ การลงทุน และแรงงานฝีมืออย่างเสรี และการเคลื่อนย้ายเงินทุนอย่างเสรีมากขึ้น รวมทั้งการสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างประชาชนและความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน บนพื้นฐานของรากฐานทางอารยธรรมร่วมกัน
    (๓) ประชาคมที่เป็นของประชาชนอย่างแท้จริง โดยประชาชนจะสามารถมีส่วนร่วมและสามารถได้รับผลประโยชน์โดยตรงจากการเป็นประชาคม

  • เพื่อให้เป้าหมายของการเป็นประชาคมสามารถสำเร็จลุล่วงได้ภายในปี ๒๕๕๘ การประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้ง ๑๕ นี้ จะให้ความสำคัญกับการศึกษาและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และประเด็นที่เกี่ยวข้อง อาทิ ผลกระทบต่อความมั่นคงทางอาหารและพลังงาน และการบริหารจัดการภัยธรรมชาติ และผลกระทบของวิกฤตเศรษฐกิจการเงินโลก

  • เอกสารสำคัญที่จะมีการลงนามหรือรับรองในระหว่างการประชุมสุดยอดฯ ได้แก่
    (๑) ปฏิญญาก่อตั้งคณะกรรมาธิการระหว่างรัฐบาลอาเซียนว่าด้วยสิทธิมนุษยชนอาเซียน (๒) ปฏิญญาอาเซียนว่าด้วยความร่วมมือด้านการศึกษา
    (๓) ปฏิญญาอาเซียนว่าด้วยความร่วมมือด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (๔) ความตกลงว่าด้วยเอกสิทธิและความคุ้มกันของอาเซียน
    (๕) แถลงการณ์ของการประชุมอาเซียน+๓ ว่าด้วยความมั่นคงด้านอาหารและพลังงาน และ
    (๖) แถลงการณ์ของที่ประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออกว่าด้วยการจัดการภัยพิบัติ

 

๓. ประโยชน์ที่คนไทยจะได้รับ

  • โดยที่การประชุมสุดยอดฯ ครั้งนี้ จะเป็นการประชุมวาระสำคัญครั้งสุดท้ายที่ไทยจะเป็นเจ้าภาพในช่วงการดำรงตำแหน่งประธานอาเซียน ไทยจึงมีเจตนาแน่วแน่ที่จะผลักดันประเด็นที่เป็นผลประโยชน์ต่อประชาชนเพื่อให้อาเซียนเป็นองค์กรเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง โดยเฉพาะการจัดตั้งคณะกรรมาธิการระหว่างรัฐบาลอาเซียนว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ซึ่งจะมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของประชาชนในภูมิภาค ทำให้ในอนาคตคนไทยจะได้รับประโยชน์โดยตรง โดยเฉพาะคนพิการ เด็ก และสตรี จะได้รับการดูแลและสวัสดิการทางสังคมที่ดีขึ้น รวมทั้งได้รับโอกาสที่จะพัฒนาศักยภาพของตนเอง นอกจากนี้ การส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในประเทศเพื่อนบ้านจะช่วยแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย และปัญหาการค้ามนุษย์ซึ่งมีผลกระทบต่อความมั่นคงของไทยในปัจจุบันด้วย

  • การเสริมสร้างความร่วมมือด้านการศึกษาของอาเซียนจะมีส่วนโดยตรงต่อการพัฒนาระบบการศึกษาของไทยและช่วยพัฒนาศักยภาพของเด็กและเยาวชนไทยให้มีความสามารถในการแข่งขันในยุคโลกาภิวัตน์ ให้รู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง โดยได้รับการสนับสนุนจากประเทศคู่เจรจา เช่น จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ภายใต้โครงการความร่วมมือด้านการศึกษาและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ต่าง ๆ

  • ความร่วมมือด้านการจัดการภัยพิบัติภายใต้กรอบการประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก จะช่วยให้ประเทศในภูมิภาค รวมทั้งไทยสามารถเรียนรู้จากประสบการณ์ของประเทศคู่เจรจา เช่น จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และออสเตรเลีย เพื่อให้สามารถรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมทั้งมีระบบการแจ้งเตือนภัยที่มีประสิทธิภาพและเมื่อเกิดภัยพิบัติ เช่น อุทกภัย หรือไฟป่า คนไทยก็จะได้รับความช่วยเหลืออย่างทันท่วงที

  • ความร่วมมือด้านอาหารและพลังงานในกรอบอาเซียน+๓ จะช่วยสร้างความมั่นใจว่า คนไทยจะมีอาหารบริโภคอย่างพอเพียงในราคาที่ยุติธรรม ในขณะที่พี่น้องเกษตรกรก็จะสามารถจำหน่ายผลผลิตการเกษตรโดยได้รับผลตอบแทนที่เป็นธรรม โดยเฉพาะการจัดตั้งคลังสำรองข้าวในกรณีฉุกเฉินที่ไทยผลักดันให้จัดตั้งในประเทศไทยจะทำให้ไทยซึ่งเป็นประเทศผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่ของโลกได้รับประโยชน์โดยตรง ทั้งจากการจำหน่ายข้าวเพื่อจัดเก็บในคลังสำรองข้าว และการติดตามตรวจสอบความเคลื่อนไหวของปริมาณผลผลิตข้าวและความต้องการข้าวอย่างเป็นระบบภายใต้เครือข่ายข้อมูลของคลังสำรองข้าวดังกล่าวด้วย

  • การเสริมสร้างความร่วมมือด้านการเงินระหว่างอาเซียนกับประเทศคู่เจรจาในกรอบอาเซียน+3 (จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้) ภายใต้ข้อริเริ่มเชียงใหม่ จะช่วยเสริมสร้างเสถียรภาพทางการเงินการคลังในภูมิภาค โดยเฉพาะการจัดตั้งหน่วยติดตามตรวจสอบสถานการณ์ทางการเงินของประเทศในภูมิภาค จะช่วยเสริมสร้างความมั่นใจว่า ประเทศในภูมิภาคจะมีการดำเนินมาตรการทางการเงินและการคลังที่เหมาะสม ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อการส่งแสริมการค้า การลงทุน และเป็นปัจจัยที่เกื้อหนุนต่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน ทำให้ประชาชนไทยมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

  • หากประเทศไทยสามารถจัดการประชุมสุดยอดฯ ในครั้งนี้ได้ด้วยความเรียบร้อย จะมีส่วนสำคัญที่จะช่วยฟื้นฟูความเชื่อมั่นที่นานาประเทศมีต่อประเทศไทย ซึ่งจะส่งผลโดยตรงในด้านส่งเสริมการค้า การลงทุน รวมทั้งการท่องเที่ยวของไทยในวงกว้าง

ที่มา http://aseansummit.mfa.go.th/15/thai/about_asean_02.php

รองผู้อำนวยการโรงเรียน


นางสาวสิรินภัส   โพชนาธาร
รองผู้อำนวยการโรงเรียน รักษาการในตำแหน่ง
ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลพังงา

นางสาวอรอุมา   ทองสกุล
รองผู้อำนวยการโรงเรียน



แบบสำรวจความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเว็บไซต์โรงเรียนใหม่ ?
 

Code เว็บไซต์โรงเรียน

Who's Online

เรามี 40 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

Link ทางการศึกษา










Social Network